4st learning record
Thursday 29th August 2019
🍠The Knowledge Gained🍠
🍸วันนี้เป็นวันที่4 ของการเรียนอาจารย์สอนเรื่อง "การสื่อสารกับผู้ปกครองเด็กปฐมวัย" มีดังนี้
🌵คำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับรายวิชา🌵
🍸One-Way
Communication การสื่อสารทางเดียว
🍸Two-way
Communication การสื่อสารสองทาง
🍸Verbal
Communication การสื่อสารเชิงวัจนะภาษา
🍸Non-Verbal
Communication การสื่อสารเชิงอวัจนะภาษา
🍸personal
Communication การสื่อสารส่วนบุคคล
🍸Intrapersonal
Communication การสื่อสารระหว่างบุคคล
🍸Mass
Communication การสื่อสารมวลชน
🍸Channel ช่องทางการส่งสาร
🍸Clarity of
audience ความสามารถของผู้รับสาร
🍸Clearly ความชัดเจน
🍸อาจารย์ได้ทดสอบก่อนเรียน โดยการให้หา F มีทั้งหมดกี่ตัว มีทั้งหมด 6 ตัว
🌵ความหมายของการสื่อสาร🌵
🍸การสื่อสาร(Communication)คือ กระบวนการส่งข่าวสารข้อมูลจากผู้ส่งข่าวสารไปยังผู้รับข่าวสาร
มีวัตถุประสงค์เพื่อชักจูงให้ผู้รับข่าวสาร มีปฏิกิริยาตอบสนองกลับมา โดยคาดหวังให้เป็นไปตามที่ผู้ส่งต้องการการติดต่อและแลกเปลี่ยนข้อมูล
ข่าวสาร ความรู้ ความคิด ทัศนคติ ทักษะ
และประสบการณ์ระหว่างผู้ส่งสารและผู้รับสารให้มีความเข้าใจ
ที่ตรงกันเพื่อนำไปสู่การดำรงชีวิตที่มีความสุข
🌵ความสำคัญของการสื่อสาร🌵
🍸ทำให้ได้รับรู้และเข้าใจถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสังคม
🍸ทำให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันทั้ง
2 ฝ่าย
🍸ทำให้สร้างมิตรภาพที่อบอุ่น
🍸ทำให้เกิดภาพแห่งความพึงพอใจ
🍸ช่วยในการพัฒนาอัตมโนทัศน์
เป็นการสร้างความรู้สึกที่ดีต่อตนเองก่อให้เกิดความพอใจในชีวิต
🌵รูปแบบของการสื่อสาร🌵
🍸รูปแบบการสื่อสารของอริสโตเติล
(Aristotle’s Model of Communication)
🍸รูปแบบการสื่อสารของลาล์สเวล
(Lasswell’s Model of Communication)
🍸รูปแบบการสื่อสารของแชนนอนและวีเวอร์
(Shannon & Weaver’s Model of Communication)
🍸รูปแบบการสื่อสารของออสกูดและชแรมม์
(C.E Osgood and Willbur Schramm’s )
🍸รูปแบบการสื่อสารของเบอร์โล
(Berlo’s Model of Communication)
🍸หลังจากนั้นอาจารย์ได้ทดสอบสมรรถนะการอ่านของนักศึกษา และให้ให้นักศึกษาเล่นเกมทั้งหมด 4 เกม ดังนี้
🌵เกมสื่อความหมาย🌵
ใบ้คำโดยการทำท่าทางต่อกันไปเรื่อยๆ
โดยไม่ส่งเสียงหรือพูดอะไร นอกจากทำท่าทางอย่างเดียว ส่งต่อกันไปเรื่อยๆ ทีละคน
จนถึงคนสุดท้ายให้เพื่อนคนสุดท้ายทายว่าท่าทางที่ทำนั้นคืออะไร
🌵เกมทายคำ🌵
ใบ้คำที่เพื่อนถือไว้บนหัวโดยพูดประโยคอะไรก็ได้เพื่อให้ได้คำตอบโดยห้าม มีคำที่เป็นคำตอบหลุดออกมา
ถ้ามีคำใบที่เป็นคำตอบถือว่าคำนั้นไม่ได้
🌵เกมพรายกระซิบ🌵
คนแรกอ่านและจดจำประโยคแล้วกระซิบบอกต่อไปยังเพื่อนคนที่
2 คนที่ 2
ไปคนที่ 3 ส่งต่อไป เรื่อยๆ จนถึงคนสุดท้าย
แล้วคนสุดท้ายบอกประโยคที่ได้ยินมาว่าเป็นอะไร
🌵เกม ใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไร กับใคร🌵
จับกลุ่มให้ได้กลุ่มละ 6 คน โดยเรียงลำดับตามหมายเลย 1-6 คนที่ 1 เขียน ใคร (สมมติมา 1 คนว่าเป็นใคร)
คนที่ 2 เขียน (เขียนทำอะไร
กิริยาที่ทำอะไรก็ได้) เขียนตามลำดับหมายเลขจนครบทุกคน
แล้วนำประโยคของแต่ละหมายเลขมาอ่านเป็นประโยค
🌵องค์ประกอบของการสื่อสาร🌵
1.ผู้ส่งข่าวสาร (Sender)
2. ข้อมูลข่าวสาร (Message)
3. สื่อในช่องทางการสื่อสาร (Media)
4. ผู้รับข่าวสาร (Receivers)
5. ความเข้าใจและการตอบสนอง
3. สื่อในช่องทางการสื่อสาร (Media)
4. ผู้รับข่าวสาร (Receivers)
5. ความเข้าใจและการตอบสนอง
🌵ผู้ส่งสารและผู้รับสาร🌵
🍸ผู้จัดกับผู้ชม
🍸ผู้พูดกับผู้ฟัง
🍸ผู้ถามกับผู้ตอบ
🍸คนแสดงกับคนดู
🍸นักเขียนกับนักอ่าน
🍸ผู้อ่านข่าวกับคนฟังข่าว
🍸คนเล่านิทานกับคนฟังนิทาน
🌵สื่อ🌵
🌵สื่อ🌵
🍸ใช้วิธีพูด-เขียน
หรือการนำเสนอในรูปแบบต่างๆ เช่น ใช้รูปภาพ รวมทั้งเทคโนโลยีต่างๆ
โดยวิธีการติดต่อนั้นต้องใช้ตัวกลางต่างๆ เช่น คลื่นเสียง ตัวหนังสือ
🌵สาร🌵
🍸คือ เรื่องราวที่รับรู้ร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นข้อเท็จจริง ข้อแนะนำ การล้อเลียน ความปรารถนาดี ความห่วงใย มนุษย์จะแสดงออกมาให้เป็นที่รับรู้ได้
🌵วัตถุประสงค์การสื่อสาร🌵
1. เพื่อแจ้งให้ทราบ คือ
การรับและส่งข่าวสารด้านต่างๆ การนำเสนอเรื่องราว ความรู้สึกนึกคิด ความรู้
หรือสิ่งอื่นใด ที่ต้องการให้ผู้รับสารรู้และเข้าใจข้อมูลนั้นๆ
โดยมุ่งให้ความรู้และสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง
2. เพื่อความบันเทิงใจ คือ
การรับส่งความรู้สึกที่ดี และมุ่งรักษามิตรภาพต่อกัน
เป็นการนำเสนอเรื่องราวหรือสิ่งอื่นใดที่จะทำให้ผู้รับสารเกิดความพึงพอใจ
3. เพื่อชักจูงใจ คือ
การนำเสนอเรื่องราวหรือสิ่งอื่นใดเพื่อจูงใจให้เกิดความร่วมมือ สร้างกำลังใจ
เพื่อให้ผู้รับสารเกิดความคิดคล้อยตาม หรือปฏิบัติตามที่ผู้ส่งสารต้องการ
และนำไปสู่การปรับปรุงแก้ไข
🌵ประเภทการสื่อสาร มีทั้งหมด 3 ประเภท🌵
1.
จำแนกตามกระบวนการหรือการไหลของข่าวสาร แบ่งเป็น 2 ประเภท
1.1
การสื่อสารทางเดียว (One-Way
Communication) คือการสื่อสารที่ข่าวสารจะถูกส่งจากผู้ส่งไปยังผู้รับในทิศทางเดียว
โดยไม่มีการตอบโต้กลับจากฝ่ายผู้รับ
1.2 การสื่อสารสองทาง (Two-way
Communication) คือการสื่อสารที่มีการส่งข่าวสารตอบกลับไปมาระหว่างผู้สื่อสาร
ดังนั้นผู้สื่อสารแต่ละฝ่ายจึงเป็นทั้งผู้ส่งและผู้รับในขณะเดียวกัน ผู้สื่อสารมีโอกาสทราบปฏิกิริยาตอบสนองระหว่างกัน
ทำให้ทราบผลของการสื่อสารว่าบรรลุจุดประสงค์หรือไม่
2. จำแนกตามภาษาสัญลักษณ์ที่แสดงออก
2.1 การสื่อสารเชิงวัจนะ
(Verbal Communication) หมายถึงการสื่อสารด้วยการใช้ภาษาพูด หรือเขียนเป็นคำพูด ในการสื่อสาร
2.2
การสื่อสารเชิงอวัจนะ (Non-Verbal
Communication) หมายถึงการสื่อสารโดยใช้รหัสสัญญาณอย่างอื่น
เช่น ภาษาท่าทาง การแสดงออกทางใบหน้า สายตา ตลอดจนถึงน้ำเสียง ระดับเสียง
ความเร็วในการพูด เป็นต้น
3. จำแนกตามจำนวนผู้สื่อสาร
3.1 การสื่อสารส่วนบุคคล
(Intrapersonal Communication)
3.2 การสื่อสารระหว่างบุคคล (Interpersonal Communication)
3.3 การสื่อสารมวลชน (Mass Communication)
3.2 การสื่อสารระหว่างบุคคล (Interpersonal Communication)
3.3 การสื่อสารมวลชน (Mass Communication)
🌵การสื่อสารกับตนเอง🌵
🍸การสื่อสารที่บุคคลเดียวเป็นทั้งผู้ส่งสารและรับสาร
🍸การคิดหาเหตุผลโต้แย้งกับตนเองในใจ
🍸เนื้อหาไม่มีขอบเขตุจำกัด
🍸บางครั้งมีเสียงพึมพำดังออกมาบ้าง
🍸บางครั้งเกิดความขัดแย้งในใจและไม่อาจตัดสินใจได้
🍸อาจเป็นการปลอบใจตนเอง
การเตือนตนเอง การวางแผน หรือแก้ปัญหาใดๆ
🌵การสื่อสารระหว่างบุคคล🌵
🍸บุคคลตั้งแต่
2 คนขึ้นไป ไม่ถึงกับเป็นกลุ่ม
🍸เป็นเรื่องเฉพาะระหว่างบุคคล
อาจไม่เกี่ยวข้องหรือเป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น
🍸อาจเป็นความลับระหว่างผู้ส่งสารกับผู้รับสารเท่านั้น
🍸สารที่สื่ออาจเปิดเผยหากมีประโยชน์ต่อบุคคลอื่น
🌵การสื่อสารสาธารณะ🌵
🍸มีเป้าหมายจะส่งสารสู่สาธารณชน
🍸มีเนื้อหาที่อาจให้ความรู้และเป็นประโยชน์
ให้ความเข้าใจที่ถูกต้อง
🍸เป็นความคิดที่มีคุณค่าและเปิดเผยได้โดยไม่จำกัดเวลา
เช่น
การบรรยาย การปาฐกถา การอมรม
การสอนในชั้นเรียน
🌵การสื่อสารมวลชน🌵
🍸ลักษณะสำคัญคล้ายการสื่อสารสาธารณะ
🍸ต้องอาศัยสื่อที่มีอำนาจการกระจายสูง
รวดเร็ว กว้างขวาง เช่น วิทยุ โทรทัศน์ ดาวเทียมและสื่อมวลชน
🍸ต้องคัดเลือกเฉพาะข้อเท็จจริงหรือข้อคิดเห็นที่เห็นว่าควรนำเสนอ
🍸อาจสนองความต้องการและความจำเป็นของมวลชนมากหรือน้อยได้
🌵การสื่อสารในครอบครัว🌵
🍸เป็นการสื่อสารขั้นพื้นฐานของมนุษย์
🍸ประสิทธิภาพของการสื่อสารขึ้นอยู่กับความตั้งใจดีของสมาชิกในครอบครัว
🍸คุณธรรมที่ดีงามในครอบครัวจะช่วยพัฒนาการสื่อสารไปในทางดีงามเสมอ
🍸ต้องยอมรับและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่แตกต่างกัน
คนต่างรุ่นต่างวัยในครอบครัวต้องพยายามทำความเข้าใจให้ตรงกัน
🍸ควรคำนึงถึงมารยาทที่ดีงามอยู่เสมอ
🌵การสื่อสารในโรงเรียน🌵
🍸ส่วนใหญ่เป็นการสื่อสารกับบุคคลที่คุ้นเคย
🍸เนื้อหามักเกี่ยวกับวิชาการ
พื้นฐานอาชีพและหลักการดำเนินชีวิต
🍸มีทั้งการสื่อสารระหว่างบุคคล
การสื่อสารในกลุ่มและการสื่อสารสาธารณะ
🍸อาจใช้เวลานานเพราะเรื่องราวมีปริมาณมาก
🍸อาจมีโอกาสโต้แย้งถกเถียง
ควรยอมรับข้อเท็จจริงและไม่ใช้อารมณ์
🍸ข้อเท็จจริงและข้อสรุปบางเรื่องไม่ควรนำไปเผยแพร่
🍸ควรระมัดระวังคำพูดและกิริยามารยาท
🍸คุณธรรมด้านความซื่อสัตย์และการยอมรับอาวุโสเป็นเรื่องสำคัญ
🌵การสื่อสารในวงสังคมทั่วไป🌵
🍸เริ่มด้วยการทักทายตามสภาพของสังคมนั้นๆ
🍸การแสดงความยินดีหรือเสียใจ
ไม่ควรมากหรือน้อยจนเกินไป
🍸การติดต่อกับคนที่ไม่รู้จักมาก่อนควรพูดให้ตรงประเด็นและสุภาพพอควร
🍸การคบหากับชาวต่างประเทศ
ควรศึกษาประเพณีและมารยาทที่สำคัญๆของกันและกัน
🌵ธรรมชาติการเรียนรู้ของผู้ปกครอง🌵
🍸เรียนรู้ได้ดีในเรื่องของการพัฒนาเด็ก
🍸เรียนรู้ได้ดีในสภาพแวดล้อมที่มีความสมานฉันท์
🍸มีความแปลกใหม่และมีประโยชน์ต่อเด็ก
🍸เรียนรู้ได้ดีจากการฝึกปฏิบัติ
🍸เรียนรู้ได้ดีในบรรยากาศที่เป็นวิชาการน้อยที่สุด
🍸ควรได้รับความต่อเนื่องในการเรียนรู้ทีละขั้นตอน
🍸เรียนรู้ได้ดีจากสื่อและอุปกรณ์ที่หลากหลาย
🌵พฤติกรรมการเรียนรู้ของผู้ปกครอง🌵
1.ความพร้อม คือ
สภาพความสมบูรณ์ของร่างกายและจิตใจที่จะเรียนรู้ โดยเตรียมความพร้อมในเรื่องดังนี้
พื้นฐานประสบการณ์เดิม สร้างความสนใจเห็นเห็นถึงความสำคัญของความรู้
ส่งเสริมความเชื่อมั่นในการเรียนรู้
2.ความต้องการ คือ
ความต้องการให้ชีวิตดำเนินไปอย่างมีความสุข เช่น ต้องการให้ลูกมีสุขภาพที่แข็งแรง
มีการศึกษาที่ดี
3.อารมณ์และการปรับตัว
คือ
แนวโน้มที่จะปฏิบัติต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง มี 2 ประเภทคือ อารมณ์ทางบวก เช่น ดีใจ พอใจ ฯลฯ อารมณ์ทางลบ
เช่น โกรธ เสียใจ หงุดหงิด ซึ่งอารมณ์ทั้ง
2 นี้มีผลต่อการเรียนรู้
ดังนั้นควรปรับอารมณ์ให้เกิดความสมดุลพร้อมที่จะเรียนรู้
4.การจูงใจ หมายถึง
การกระตุ้นเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ เช่น
ต้องการรู้เพื่อแก้ปัญหาลูกหลาน ต้องการรู้เพื่อพัฒนาลูก ต้องการรู้เพื่อให้ลูกเป็นคนดี
5.การเสริมแรง คือ
การสร้างความพึงพอใจหลังการเรียนรู้ให้แก่ผู้ปกครอง เช่น คำชมเชย รางวัล ฯลฯ
6.ทัศนคติและความสนใจ คือ
การที่บุคคลมีการตอบสนองและแสดงความรู้สึกต่อสิ่งเร้าต่างๆ
7.ความถนัด คือ
ความสามารถของบุคคลในการทำกิจกรรมให้สำเร็จได้อย่างมีประสิทธิภาพ
🌵อุปสรรคในการสื่อสาร🌵
- ผู้ส่งข่าวสารขาดทักษะในการสื่อสารที่ดี เช่นใช้ภาษาที่อยากแก่การเข้าใจ หรือไม่เหมาะแก่ผู้รับ
- ข้อมูลข่าวสารมากเกินไป
- ได้ข่าวสารไม่ครบสมบูรณ์ ทำให้สื่อความหมายผิดๆ
- ข้อมูลที่ส่งไปผ่านหลายขั้นตอน
- เลือกใช้เครื่องมือในการส่งข่าวสารไม่เหมาะสม
- รีบเร่งด่วนสรุปข่าวสารเร็วเกินไป ขาดการไตร่ตรอง
- ผู้รับข่าวสารไม่ทบทวน หรือสอบถามให้เข้าใจเมื่อสงสัย
- อารมณ์ของผู้รับ หรือผู้ส่งอยู่ในสภาพไม่ปกติ
- ผู้ส่งหรือผู้รับมีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง ไม่รับฟังความคิดเห็นผู้อื่น
🌵7C กับการสื่อสารที่ดี🌵
Credibility ความน่าเชื่อถือ:สามารถทำให้ผู้รับสารเกิดความเชื่อถือในสารนั้น ๆ
Content เนื้อหาสาระ:มีสาระให้เกิดความพึงพอใจ
เร่งเร้าและชี้แนะให้เกิดการตัดสินใจได้ในลักษณะอย่างไรบ้าง
Clearly ความชัดเจน:การเลือกใช้คำหรือข้อความที่เข้าใจง่าย ๆ ข้อความไม่คลุมเครือ
Context ความเหมาะสมกับโอกาส:การเลือกใช้ภาษาและใช้สิ่งที่ส่งสารเหมาะสม
Channel ช่องทางการส่งสาร:การเลือกวิธีการส่งข่าวสารได้เหมาะสมและรวดเร็วที่สุด
Continuity consistency ความต่อเนื่องและแน่นอน :
การสื่อสารกระทำอย่างต่อเนื่องมีความแน่นอนถูกต้อง
Clarity of audience ความสามารถของผู้รับสาร :
การเลือกใช้วิธีการส่งสารซึ่งมั่นใจว่าผู้รับสารจะสามารถรับสารได้ง่ายและสะดวกโดยคำนึงถึงความรู้
เจตคติ อุปนิสัย ทักษะการใช้ภาษา สังคมวัฒนธรรมของผู้รับสารเป็นสำคัญ
🌵คุณธรรมที่สำคัญในการสื่อสาร🌵
🍸ความมีสัจจะและไม่ล่วงละเมิดสิทธิซึ่งกันและกัน
🍸ความรัก ความเคารพและความปรารถนาดีต่อกัน
🍸ความรับผิดชอบในสิ่งที่ตนพูดหรือกระทำ
🍸เป็นพฤติกรรมด้านนอกของการสื่อสาร
หมายถึงพฤติกรรมที่ปรากฏให้เห็นชัดเจน เช่นกิริยาอาการ การเปล่งเสียงออกมาเป็นถ้อยคำ การเขียนเป็นลายลักษณ์อักษรรวมทั้ง รูปภาพ แผนภูมิและการใช้วัตถุต่างๆ
🍸เป็นกิริยาวาจาที่เรียบร้อยถูกต้องตามคตินิยมของสังคม
🌵วิธีการสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับผู้ปกครอง🌵
- ศึกษาและพยายามทำตนให้เข้าใจกับผู้ปกครอง
- พยายามเรียนรู้ความต้องการของเขาและหาแนวทางตอบสนองตามความเหมาะสม
- พูดคุย พบปะกับผู้ปกครองในโอกาสต่างๆ
- หาโอกาสไปร่วมงานพิธีทางศาสนาเข้าร่วมกิจกรรมกับผู้ปกครอง
- ทำตนให้กลมกลืนกับผู้ปกครอง
- มีท่าทีเป็นมิตรอยู่เสมอ
- เปิดโอกาสให้ผู้ปกครองร่วมกิจกรรม
⸻⸻⸻⸻⸻⸻⸻⸻⸻⸻⸻⸻
🍚Question at the end of chapter 3🍚
🍠Evaluate-Self🍠 ตั้งใจฟังบางช่วงง่วงนอน แต่ช่วงทำกิจกรรมตั้งใจทำอย่างเต็มที่และสนุกสนาน🍚Question at the end of chapter 3🍚
1. จงอธิบายความหมายและความสำคัญของการสื่อสารมาโดยสังเขป
🍟การสื่อสาร (Communication) คือ กระบวน การส่งข่าวสาร ข้อมูล จากผู้ส่งข่าวสารไปยังผู้รับข่าวสาร
มีวัตถุประสงค์เพื่อชักจูงให้ผู้รับข่าวสาร มีปฏิกิริยาตอบสนองกลับมา
โดยคาดหวังให้เป็นไปตามที่ผู้ส่งต้องการ
🍟ความสำคัญของการสื่อสาร
1.ทำให้ได้รับรู้และเข้าใจถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสังคม
2.ทำให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันทั้ง 2 ฝ่าย
3.ทำให้สร้างมิตรภาพที่อบอุ่น
4.ทำให้เกิดภาพแห่งความพึงพอใจ
5.ช่วยในการพัฒนาอัตมโนทัศน์ เป็นการสร้างความรู้สึกที่ดีต่อตนเองก่อให้เกิดความพอใจในชีวิต
2. การสื่อสารมีความสำคัญกับผู้ปกครองอย่างไร
🍟ทำให้ครูและผู้ปกครองสื่อสารกันได้เข้าใจ ชัดเจน ละเอียดไม่ผิดพลาด หากการสื่อสารของครูกับผู้ปกครองไม่ดีอาจจะทำให้สารที่ส่งให้กันมีความผิดเพียรไม่เข้าใจ ดังนั้นการสื่อสารจึงมีความสำคัญมากๆ
🍟ทำให้ครูและผู้ปกครองสื่อสารกันได้เข้าใจ ชัดเจน ละเอียดไม่ผิดพลาด หากการสื่อสารของครูกับผู้ปกครองไม่ดีอาจจะทำให้สารที่ส่งให้กันมีความผิดเพียรไม่เข้าใจ ดังนั้นการสื่อสารจึงมีความสำคัญมากๆ
3. รูปแบบการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพในการให้ความรู้ผู้ปกครอง
ควรเป็นรูปแบบใด จงอธิบายพร้อมยกตัวอย่าง
🍟รูปแบบการสื่อสารสองทาง เพราะเป็นการสื่อสารในรูปแบบที่ส่งตอบกลับไปมาระหว่างผู้ส่งสารและผู้รับสาร ใช้ในการสื่อสารได้หลายทางทั้งทางโทรศัพท์ พูดคุยสนทนา หรือจดหมาย แต่คำพูดต้องมีความละเอียดชันเจน เข้าใจง่าย และครบถ้วน
🍟รูปแบบการสื่อสารสองทาง เพราะเป็นการสื่อสารในรูปแบบที่ส่งตอบกลับไปมาระหว่างผู้ส่งสารและผู้รับสาร ใช้ในการสื่อสารได้หลายทางทั้งทางโทรศัพท์ พูดคุยสนทนา หรือจดหมาย แต่คำพูดต้องมีความละเอียดชันเจน เข้าใจง่าย และครบถ้วน
4. ธรรมชาติและการเรียนรู้ของผู้ปกครองควรมีลักษณะอย่างไร
🍟เรียนรู้ได้ดีในเรื่องของการพัฒนาเด็ก
🍟เรียนรู้ได้ดีในสภาพแวดล้อมที่มีความสมานฉันท์
🍟มีความแปลกใหม่และมีประโยชน์ต่อเด็ก
🍟เรียนรู้ได้ดีจากการฝึกปฏิบัติ
🍟เรียนรู้ได้ดีในบรรยากาศที่เป็นวิชาการน้อยที่สุด
🍟ควรได้รับความต่อเนื่องในการเรียนรู้ทีละขั้นตอน
🍟เรียนรู้ได้ดีจากสื่อและอุปกรณ์ที่หลากหลาย
🍟เรียนรู้ได้ดีในเรื่องของการพัฒนาเด็ก
🍟เรียนรู้ได้ดีในสภาพแวดล้อมที่มีความสมานฉันท์
🍟มีความแปลกใหม่และมีประโยชน์ต่อเด็ก
🍟เรียนรู้ได้ดีจากการฝึกปฏิบัติ
🍟เรียนรู้ได้ดีในบรรยากาศที่เป็นวิชาการน้อยที่สุด
🍟ควรได้รับความต่อเนื่องในการเรียนรู้ทีละขั้นตอน
🍟เรียนรู้ได้ดีจากสื่อและอุปกรณ์ที่หลากหลาย
5. ปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนพฤติกรรมการเรียนรู้สำหรับผู้ปกครอง
เพื่อให้ผู้ปกครองมีความเข้าใจเกี่ยวกับการศึกษาของเด็ก
ประกอบด้วยปัจจัยด้านใดบ้าง
🍟ความพร้อม คือ สภาพความสมบูรณ์ของร่างกายและจิตใจ
🍟ความต้องการ คือ ความต้องการให้ชีวิตดำเนินไปอย่างมีความสุข
🍟อารมณ์และการปรับตัว คือ แนวโน้มที่จะปฎิบัติต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งมี 2 ประเภทคือ อารมณ์ทางบวกกับอารมณ์ทางลบ
🍟การจูงใจ คือ การกระตุ้นเพื่อให้เกิดการเรียนรู้
🍟การเสริมแรง คือ การสร้างความพึงพอใจหลังการเรียนรู้
🍟ทัศนคติและความสนใจ คือ การที่บุคคลมีการตอบสนองและแสดงความรู้สึกต่อสิ่งเร้า
🍟ความถนัด คือ ความสามารถของบุคคลในการทำกิจกรรม
🍟ความพร้อม คือ สภาพความสมบูรณ์ของร่างกายและจิตใจ
🍟ความต้องการ คือ ความต้องการให้ชีวิตดำเนินไปอย่างมีความสุข
🍟อารมณ์และการปรับตัว คือ แนวโน้มที่จะปฎิบัติต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งมี 2 ประเภทคือ อารมณ์ทางบวกกับอารมณ์ทางลบ
🍟การจูงใจ คือ การกระตุ้นเพื่อให้เกิดการเรียนรู้
🍟การเสริมแรง คือ การสร้างความพึงพอใจหลังการเรียนรู้
🍟ทัศนคติและความสนใจ คือ การที่บุคคลมีการตอบสนองและแสดงความรู้สึกต่อสิ่งเร้า
🍟ความถนัด คือ ความสามารถของบุคคลในการทำกิจกรรม
🍠Evaluate-Teacher🍠 เป็นกันเอง ให้ความเป็นธรรมกับนักศึกษา หาเกมที่ให้ความสนุกมาให้
🍠Evaluate-Friend🍠 สนุกกับการทำกิจกรรม มีความสามัคคีกับเพื่อน
📗📘📙📗📘📙📗📘📙📗📘📙📗📘📙📗📘📙📗📘📙













